piya's profile^0^ Friendship Is Begini...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 30

    เหตุเกิดจากความเหงา...

     
     
     
     
     
    ขอบคุณระยะทาง ที่ทำให้เราต้องห่างไกล
    ขอบใจเธอเหมือนกัน
    ที่เธอเลือกจากฉันไปแสนไกล

    * ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร
    ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหว ที่มาทักทายใจ
    ทำให้ฉันได้รู้ หากขาดเธอไป คงอยู่ไม่ไหว

    ** เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้ว่ารักเธอ เท่าไร
    ความห่างไกลมันทำให้ฉัน คิดถึงเธอ
    ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำ.....อยู่เสมอ

    เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
    ความห่างไกลมันทำให้ฉัน คิดถึงเธอ
    ยิ่งห่างเหินเท่าไรก็ยิ่งรู้ ว่าเป็นเธอ ที่ฉันรักหมดหัวใจ
    วันนี้มาพบเธอ ด้วยใจที่เดินอย่างอ่อนล้า
    ต้องการมาพบหน้า ต้องการจะบอกว่าพึ่งเข้าใจ

    (ซ้ำ *,**)

    มีคนเคยบอก ถ้าไม่สูญเสียบางอย่าง
    ก็ยังไม่รู้คุณค่าสิ่งนั้น
    เหมือนยังตัวฉัน ที่พึ่งรู้ว่าคืนวัน
    ที่ผ่านมาว่าใครคือคนสำคัญ

     

    ป.ล. จัดให้เลยโดยเฉพาะเวลาช่วงปิดเทอม...

    เหงาจริงจังเลย...

    March 25

    นานมาแล้ว...

    หลังจากไปสัมนาของคณะมา
    อะไรๆก็ทำให้เราหวนคิดถึงเมื่อตอนปี 1
     
    วันที่ 21 มี.ค.
    คุณเมืองแมนนัดเราว่า 7 โมงเช้ารถออกนะผึ้ง
    เราก็ตรงเวลา ทั้งที่ในใจก็คิดว่า มันเป็นเวลาสินสาดรึเปล่า...ถูก!!!จริงตามคาด
    เห็นสมาชิกร่วมชะตากรรมครั้งนี้แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าเราคิดผิดเปล่าอะ
    มีแต่น้องๆปี 1 รุ่นเรามี เรา แมน(มาสายได้อีก) รัก อิง แล้วก็พวก กนศ. อีก
    มีรุ่นพี่ไม่มาก  นอกนั้นก็เป็นปี 1 พวกเป็ด น้องวิน วิด ขาว ฯลฯ ทั้งแก๊ง และก็น้องๆที่พึ่งเคยเห็นหน้าเป็นครั้งแรก
    รถออกจริงๆก็ปาเข้าไป 8 โมง รถติดมากมาย
    รถออกไปนานเหมือนกัน แมนก็ตื่นเต้นขึ้นมาเชียว ต๊ะยังไม่มา สรุปว่าเมนลืมต๊ะ...ยังดีที่แวะรับเอาตามทางได้ทัน
    เรานั่งมา บอกตามตรงแอบเหงาว่ะ เห็นคนอื่นมากันเป็นก๊วน ก็รู้สึกนิดนึง คิดถึงพวกเรา
    ไปถึงสัตหีบก็กินข้าว
    ไม่ต้องห่วง....งานนี้ไม่ได้ไปสบายๆ  เล่นอยู่แต่ในห้องประชุมตั้งแต่บ่ายโมงกว่าถึง ทุ่มนึ่ง แล้วก็ออกมากินข้าว
    2 ทุ่มนัดเจอกันใหม่ ของไม่เล่ารายละเอียดในห้องประชุม เพราะมันเยอะมาก ตอนนี้เราก็จำไม่ค่อยได้แล้ว เอาเป็นว่าสมองบานเลยทีเดียว
    หลัง 2 ทุ่มเป็นอารมณ์แบบเปิดใจของ กนศ. ชุดเก่า และคนอื่นๆ บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียดปนน้ำตาบ้าง
    ตอนจบก็บูม L'art กัน แกรู้มั้ย...มันเป็นบูมที่เรารู้สึกว่ามันขาดหายไปนานเลยในชีวิตเรา
    เป็นบูมที่ต๊ะเรียกภายหลังว่า "เพราะมันมีจิตวิญญาณร่วม" มันเป็นจริงอย่างนั้นนะแก นี่แหละที่มันไม่มีเมื่อตอนที่เราบูมในช่วงหลังๆ
    บูมเสร็จอยากจะร้องไห้ แต่ก็ใช่ที่
     
    หลังจากนั้นก็อาบน้ำแล้วก็ประชุมต่อ ถึง ตี 2 ครึ่งแล้วก็นอน (ทั้งที่ไปถึงยังไม่ได้พักเลยนะเนี่ย)
     
     
     
     
    วันที่ 22 มี.ค.
    ชีวิตวันนี้เริ่มเร็วกว่าคสอื่นๆ กินข้าวเสด(ตามเวลานัด) ก็มีเวลาเดินไปดูเต่า
    ส่วนคนอื่นๆก็นอนกันอยู่
    หลังจากนั้นชึวิตก็อยู่ในห้องประชุม...จนถึง เที่ยง ออกมากินข้าว
    แล้วก้ไปดูเรือหลวงสิมิลัน แล้วก็ไปเยี่ยมนาวิกโยธิน(ผู้ชายทั้งกองร้อยเลยแก ว่าจะใส่กระเป๋ามาฝากเหมือนกัน555+)
    กลับมาก็ 5โมงเข้าไปแล้ว เหนื่อยชิบหาย ฏ้ยังดีมีเวลาให้เราได้พักนิดส์ ก่อนกินข้าว
    (เรื่องกินที่นี่เรื่องใหญ่มากๆ เพราะอาหารเยอะมาก ประหนึ่งกรรมกรเลยทีเดียว)
    อาหารอร่อยนะ แต่ด้วยความเหนื่อยก็ทำให้กินไม่ค่อยลงเท่าไหร่
    หลังประชุมรอบค่ำก็มีการแสดงที่ให้แบ่งกลุ่มคิดมา
    (สามารถเอาไปเล่นรับน้องได้นะแก มีเยอะเลยเดียวเอาไว้จะสอนเล่น)
    มันเป้นช่วงเวลาที่ขำที่สุดในทริปแล้ว ขำแบบตีนกาถามหาเลยที่เดียว
    หลังจากนั้นก็มีบายศรี(ลืมบอกงานนี้มีอาจารย์ไปด้วยนะโว้ยยย เยอะด้วย ดังนั้นมันไม่ได้เป้นค่ายขำๆแต่อย่างใด)
    กว่าจะเสดก็ ตีหนึ่ง  แกคิดว่าเราต้องทำไรต่อ....
    คำตอบคือประชุมงานจ้า.....
    กว่าจาได้นอนก้เกือบตี 3 เหนื่อยมากเลย
    นอนดึกตื่นเช้า....
     
     
     
     
    วันสุดท้าย
    ชีวิตเราก็เริ่มต้นกว่าคนอื่นเหมือนเดิม
    มีเวลากินข้าวแล้วกลับมานั่งชาร์ทมือถิอ เล่นปิงปองกะน้องๆ หึหึหึ รื้อฟื้อลีลาที่ขาดหายไปนาน
    จากนั้นก็ เข้าห้องประชุม(อีกแล้ว) กินข้าวเที่ยงก้กลับบ้าน
    ช่วงเวลาที่ทรมานที่สุดคือการนั่งรถกลับบ้าน
    ระยะทาง 150 กิโลเมตร ใช้เวลาไป 7ชั่วโมงกว่า
     
    รถติดมากมายเลยทั้งที่มันคือชลบุรี-กทม.
    เรื่องมีอยู่ว่าพี่รุ่ง(ที่หน้าเหมือนโก๊ะตี๋อะ จำได้ปะ ที่ตอนเราเขามาปีหนึ่งแล้วเค้าเป้นพิธีกรไง)
    ปวดท้องเมนส์แบบหนักมากๆๆ แบบหน้าซีด แทบไม่รู้ตัวเลย เลยต้องเอาไปส่งร.พ. ระหว่างเดินทางกลับ
    ก็แบบว่าวุ่นวายกันไป คนทั้งรถก็เอาพี่รุ่งไปส่งโรงบาล นั่งรอไป 2ชั่วโมง ก็โอเค
    มันเลยยิ่งเย็นเข้าไปใหญ่ รถก็ติด แถมมาทางบางนาด้วย วันศุกร์ด้วย จบข่าว
    ไอ้ผึ้งถึงบ้านตอน 2 ทุ่มครึ่ง ทั้งๆที่ออกจากชลบุรีตั้งแต่ บ่ายโมงกว่าใช้เวลาเท่ากับเดินทางไปพิษณุโลกเลย
    แต่ก็โอเคดีนะ
     
     
     
     
    ระหว่างอยู่ที่โน่นคิดถึงพวกเราเป็นพักๆ แบบว่าจะถ่ายรูปก็เหงาๆ ปกติต้องแย่งๆกันถ่าย
    แต่ตอนอยู่โน่น กูถือกล้องถ่ายแต่วิวทั้วไป 
    นั่งรถก็เหงา 
    ตอนเล่นเกมส์หรืออะไรตลกๆก็ไม่รู้จะหันไปฮากะใครดี
    ตอนเต้นสันก็เต้นอยู่อย่างเก้อๆ
    ตอนบูมเป็นตอนที่ยิ่งเศร้าใหญ่ เพราะมันเป็นตอนที่เราจำได้ว่าเราไม่เคยบูมที่ไหนแล้วไม่มีพวกแก
    อยากให้พวกแกมานะเนี่ย ทั้งๆมันไม่ได้สนุกนักหรอก แต่แค่รู้สึกว่าอยากใช้เวลาร่วมกันก็เท่านั้นเอง
     
     
     
    คิดถึงนะโว้ยยยยยยยยยยยยยยย
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    March 11

    เริ่มฉลาดแล้วเรา

    โอ้แม่เจ้า...มันเป็นอย่างนี้นี่เอง...
    เป็นการเขียนสเปซครั้งแรกนะเนี่ย...พึ่งจะเริ่มที่อยากจะเรียนรู้
    ถ้าภาษาแนวๆหน่อยต้องบอกว่า...เริ่มที่อยากจะออกจากกะลา
    (เหมือยกำลังด่าตัวเองเลย)
     
    อยากรู้อะว่าสถิติของคนที่เขียนสเปซครั้งแรก เค้าเขียนเรื่องไรกัน
    เออ...น่าคิดว่ะ
     
    ส่วนเรา...ไม่รู้จะเขียนไรจริงๆ คงต่างจากโฟ่ล่ะมั่ง
    นึกไว้เยอะ ดองไว้แยะไม่รู้จะเขียนไรก่อนดี 555+
    ตอนแรกว่าจะเขียนแฉ(ตัวเอง)ไว้ในนี้ แต่เอาเข้าจริง เมื่อคิดอย่างรอบครอบแล้ว
    มันเป็นการเสี่ยงมากที่ข้อมูลอาจรั่วไหลไปถึงบุคคลที่ 3 ที่ไม่ปรารถนาให้ทราบได้
    เพราะฉะนั้นก็ติดตามอ่านเอาได้ที่บอกไว้ในไดแอมล่ะกัน
    ถ้าหาไดแอมเจอก็จะรู้ว่าจะหาอ่านต่อได้ที่ไหน...งั้นจบลงแค่นี้ล่ะกัน 
    (ทำไมชีวิตเราถึงซับซ้อน ซ้อนเงื่อนขนาดนี้ว่ะ)