piya's profile^0^ Friendship Is Begini...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 28 แถลงการแถลงการที่ 1 เราจะหยุดอัพชั่วคราว
เพราะติดภาระกิจช่วยชาติ 555+ และอยู่ในช่วงสับสน ประกอบกับต้องทำใจ จึงต้องการที่จะพักผ่อนมากๆ
แถลงการที่ 2 เราคงไม่ได้ติดตามเป็นผีไดชั่วคราว โดยเฉพาะของแอม(ที่ติดตามอย่างกับผลเอนท์ )
อาจติดตามอีกทีช่วงประกาศผลสอบเลย (ทำตัวเป้นเด็กเอนท์อีกแล้ว) ดังนั้นถ้าใครจะอัพก็อัพเลย เดียวตามเม้นท์ทีหลัง (โดยเฉพาะแอมอีกแล้ว) ที่สำคัญของแอมช่วยอัพเร็วๆและเยอะๆด้วย ตาแฉะก็อยากอ่าน เพราะมันคิดถึงงงงงงงงนะตัวเอง
แถลงการฉบับสุดท้าย ระวังสุขภาพด้วย เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ๊อย บ่อย คิดถึงนะ มัว...มัว!!!
........โปรดฟังอีกครั้ง!!!! April 06 เพราะมัน..เรื่องมากที่ว่าเรื่องมากเนี่ยไม่ได้ด่าใครหรืออะไรหรอก
แต่เพราะมันมีเรื่องมากจริงๆไมรู้จะเอาอันไหนขึ้นก่อนดี
แต่อารมณ์และสังขารไม่ให้...เหนื่อยจริงๆเหมือนยายแก่เลย
ออกจากบ้านเยอะ(สำหรับเรา)...ดิฉันก็เมาเลยดิ เมามลพิษของความเป้นเมือง
เอาล่ะที่ละเรื่องแล้วกัน
วันอาทิตย์ก่อน(ส่วนวันเสาร์ไปเช้งเม้งมา..เหนื่อยและร้อนแทบบ้า)
ออกจากบ้านไปดูหนังเรื่องแฝด กับพี่มา
อืม...ดูแล้วก้คิดถึงอัน ไม่ใช่ว่าอันสวยเหมือนมาช่านะจ๊ะ แต่ถ้าลาก(ต้องใช้verb นี้เท่านั้น)อันไปดูด้วยคงสนุก
ที่สนุกเพราะได้แกล้งอัน...เท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวกะหนังแต่อย่างใด
ส่วนตัวหนัง..พอตเรื่องดีเยี่ยม แต่ขาดความกลมกล่อมของหนังอะ(ที่จริงไม่กล้าหาญพอที่จะวิจารณ์ แต่ก็นะเป็นความเห็นส่วนตัวเราล่ะกัน)
ชอบที่สุดคือการจบแบบหักมุมของเค้า...แบบว่าเออ..นั่นดิ...แม่งทำไมคิดไม่ถึงว่ะทั้งๆที่สังเกตเห็นแล้วเชี่ยว
ไปดูหนังครั้งนี้เหมือนนั่งเรียน 115 เลยอะ ดูแบบลึกซึ้ง(ปกติไม่ใช่ไง) นึกว่าต้องจบต้องทำงานส่งอาจารณ์เลย555+
ไม่อยากเล่าล่ะกัน เผื่อคนที่ยังไม่ได้ดูแล้วจะไปดู ทั้งๆที่คันปากมากมาย ใครดูแล้วไว้คุยกันนะจ๊ะ
(อันจ๋า...พิเศษสุดสำหรับอัน...ถ้าอยากจะดูเราดูอีกรอบก็ได้นะ อยากฟังอันกรี๊ด)
เมื่อวันพฤหัสไปบ้านโบว์เก้มา
ชีวิตฉันวันนี้เริ่มเร็วว่าคนอื่นๆ เพราะต้องตื่นตั้งแต่ตีหนึ่งไปช่วยแม่จัดของและขายของ (เราเขื่อว่าบางคนยังไม่นอนด้วยซ้ำ)
แต่วันนี้ไปขายแล้วสนุก...ไม่ค่อยง่วงเท่าไร ไม่รู้ว่าเป้นเพราะโกโก้สูตรเข้มข้นรึเปล่า(ขมได้อีก..ใครชงว่ะ)
จำได้ว่ามองนาฬิกาครั้งสุดท้ายตอนตี 3ครึ่ง เผลอแป๊บเดียวจะ 7โมงแล้วเหรอ...คนเยอะจนไม่ได้เงยหน้ามองนาฬิกาเลย
กว่าจะเก้บร้านเสด...เคลียบิล เช็ดยอดเงิน ก็ปาเข้าไปแปดโมงแล้ว
ตาย5 !!! เลย
นัดโบว์ไว้ 9โมงที่ท่าเป๊บซี่ กว่าจะกลับบ้าน ไปอาบน้ำสระผม นั่งรถออกมา แล้วจะทันมั้ยเนี่ย
พอออกจากบ้าน เป็นอันมาทุกคนเลทเหมือนกันหมด เฮ้ย ดีไป
กว่าจะนั่งรถไปเจอโบว์ ไปหายุ้ยกะเยล แล้วก็นั่งต่อไปบ้านโบว์เก้อีก
กะว่าจะเซอร์ไพส์วันเกิด(ล่วงหน้า)ซะหน่อย พิแกดันมายืนรออยู่หน้าบ้านแล้ว
กลายเป็นพวกเราตกใจแทนเหมือนเด็กทำผิดแล้วโดนจับได้เลย
ซื้อเค้กมาให้(วันที่ไปซื้อเค้กก็ไปมีเรื่องกับพนักงานขายอีก ดิฉันก็เลยโทรไปแจ้งฝ่ายขายเลย...ก็เท่านั้น)
บ้านโบว์เก้อารมณ์แบบบ้านสวน(ได้แค่กลิ่นไอเท่านั้น) แต่นั่งแล้วเย็นดี
ไปถึงก้ไม่มีไร.."หิวข้าวโว้ยยยย มีไรกินบ้าง" แบบว่าพ่อแม่ไม่อยู่ก็ตาสบายเราเลย
ยุ้ยเจียวไข่ให้กิน แล้วโบว์เก้ก็ยำปลาทูน่า อร่อยดีแต่คงไม่ใช่เพราะหิว
นั่งล้อมวงกินข้าวกัน 5 คน สนุกดีมีความสุข (ไม่รุ้ว่าจะมีบรรยายกาศแบบนี้อีกมั้ย เพราะคงไม่ได้อยู่หอแล้ว แอบเศร้านะเนี่ยรู้มั้ย)
หลังจากนั้นก็ร้องเพลงเป่าเทียนกินเค้ก (อ้วนไปตามๆกัน)
เมื่อกินอิ่มก็ต้องนอน...เฮ้ยยย....นอนดูทีวี (พาลให้นึกถึงวันเก่าๆ) แล้วก็คุยกันไปตามนิสัย
แล้วก้ได้ไปไหว้ยายโบว์เก้ด้วย ไปนั่งอยู่ริมน้ำ(บ้านติดริมน้ำ)แล้วก็กลับ
ส่งโบว์ขึ้นรถเมล์ที่บิ๊กซี ตอนแรกว่าจะไปคลองสานแต่แบบว่ามันรถติดแล้วก็บ่ายแก่แล้ว
แอบรู้สึกผิดทั้งที่คุยว่าจะพาไปแต่ก็ไม่ได้ไป..ขอกโทดนะโบว์ ไว้วันหลังจะแก้ตัวใหม่
กลับบ้านมาก็นอน...สังขารไม่เที่ยงจริงๆ
อดนอน แล้วยังตะลอนๆอีก จะอ้วกเวียนหัวยั่งกับคนแพ้ท้องเพราะความดันเราต่ำ เราดันไม่เจียมตัวเลย
ทำไรไม่ได้มากนอกจากนอนนิ่งๆ แล้วหลับซะ แต่แม่ก็มาทำลายมันลง ต้องไปนั่งกินๆๆแล้วก็จะนอนต่อ
แต่นอนไม่ลงแล้ว กลับมานั่งเอ๋อๆหน้าคอมเล่นๆก่อนนอน
วันนี้ไปดูหนัง(อีกแล้ว) แกก็รู้ว่าเราเป็นคนดูหนังไม่บ่อย
แต่อาทิดนี้ไปดูมา 2 เรื่อง เลยแปลกสำหรับเรา
ไปดูเรื่อง"มะหมา"มา ทั้งๆที่ไม่ค่อยอยากดูเท่าไร(แบบว่ารอดูที่บ้านได้ไง)
เป้นโรงหนังที่เสียงดังที่สุดเท่าที่เคยเจอมา
เสียงดังหมายถึงเสียงคน...
แบบว่าทั้งเด็ก(ที่เยอะมาก) ทั้งผู้ใหญ่ พากันพูดๆตลอด
โดยเฉพาะไอ้คนข้างๆ ที่ไม่เด็กแต่ไม่ใช่ผู้ใหญ่
ไม่รู้มันจะพูดทำไม...หมดอารมณ์เลยตู
อยากนอนอยู่แล้วด้วย...ไม่รู้เป้นไรช่วงนี้นอนไม่พอทั้งๆที่นอนเยอะมากกว่าต้องเปิดเทอม
แต่ก็เอาเถอะ...เราก็จัดให้ตามระเบียบ
เหนื่อยจัง...เหนื่อยแบบว่าไม่รู้ว่าเพราะอะไร เดี๋ยวก็ต้องออกจากบ้านอีก 2 วันติด
แม่จ๋า...ช่วยลูกด้วย!!!!
ป.ล. โบว์เอ้ย....เราไม่ได้เบี้ยวนะ..แต่ช้าไปนิดเดียวเอง
สงกรานต์จะไม่อยู่กทม.นะเพื่อนๆ ฝากเฝ้าบ้านด้วยนะ
April 03 แถ่กอีกรอบ...เผื่อคนไม่ได้อ่านเกิดอาการนึกออกเรื่องที่มันเป็นความลับที่น้อยคนจะรู้ นอกเหนือที่เราแถ่กไปแล้วรอบนึง (ในที่อื่น)
ดังนั้นก็เลยจะเอามาเพิ่มและตัดต่อในส่วนที่อ่านไปได้ออกไป สำหรับเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านเฉพาะในนี้
ข้อที่ 1 เราเป็นโรคประหลาด เราเป็นคนท้องร้องเสียงดังมากๆไม่ใช่เพราะว่าเราหิวนะ แต่เป็นเพราะท้องเรามันกำลังย่อย(พิมพ์ไปก็เขิน) เราสังเกตจะเป็นมากๆตอนที่เรากินน้ำเข้าไปมากๆหลังกินข้าว มันจะเกิดอาการเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้างได้อย่างดี ถ้ายิ่งเงียบยิ่งได้ยินชัดเลย หรือถ้าอิ่มๆแล้วมานอนคว่ำด้วยแล้ว พระเจ้า!!!! มันจะดังไปไหนเนี่ย ดังจนบางครั้งเราอายคนรอบข้าง ขนาดพี่เรามันยังทนไม่ค่อยได้ มันจะบอกว่า เฮ้ย บอกท้องให้มันร้องค่อยๆหน่อย ฮา ญาติกันอีกคน เคยนอนดูทีวีด้วยกัน แล้วพี่เรามันก็นอนตักเรา มันได้ยิน หันมาถามเราว่าแกหิวเหรอผึ้ง...ไม่ เราไม่ได้หิวนะ แต่มันกำลังย่อยต่างหาก >.< เขินวุ้ยยย ข้อที่ 2 เราอยากเป็นนักขี่จักยานวิบาก อ่านแล้วคงขำกัน แต่มันความฝันในวัยเด็กที่แน่วแน่มากๆ เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าเราชอบขี่จักรยานมากๆ เราจะขี่จักรยานได้เป็นชั่วโมง คนเดียว แต่ซอยบ้านเราจะขี่สนุกมากๆ เพราะจะมีสะพานสูงมาก เวลาขี่ลงสะพานมันส์โคตร ชอบแบบว่าขี่เร็วๆแล้วจับเวลา ที่สำคัญเราเคยรถล้มต้องเข้าเฝือกแขนซ้ายก็เพราะว่าจักรยานนี่แหละ ตอนนั้นรักษาฟอร์มมากเลย เจ็บแทบตายแต่ไม่ร้อง เข้าห้องปุ๊บ น้ำตาไหลเลย เจ็บมากๆ ตอนนี้เลิกแหละ เพระว่ามันร้อนแล้วตัวดำ แต่ถ้าใครเคยซ้อนเราจะรู้ว่าเราขี่น่ากลัวขนาดไหน จริงมั้ยแอมมม....
เรื่องที่ 3 พ่อเป็นจุดเปิดต่อมน้ำตา อาจจะไม่แปลกเท่าไหร่ แต่ว่าเราจะบ่อน้ำตาตื้นมากกับเรื่องของพ่อ ก็นึกนิดหน่อยเราก็สามารถร้องไห้ได้อย่างเป็นเอามาก ทั้งๆที่มันไม่มีอะไร อย่างเช่นเคยฝันว่าป๋าตาย (ในฝันเหมือนในหนังเลย มีสั่งเสียก่อนตายแล้วก็ แอ่ก แอก ตาย) ตื่นมานั่งร้องไห้ เข้าไปในห้องป๋า นั่งร้องไห้ เข้าไปกอดป๋า(ป๋าหลับอยู่) พอเห็นเราป๋าก็ตกใจ(ไม่ใช่เพราะสภาพตอนตื่นนอนของเรา) แต่เป็นเพราะเราร้องไห้ไม่ยอมหยุด ป๋าถามก็ไม่พูด แต่รู้ความจริงแล้วป๋าก็นั่งขำเรา(น่าเคืองชะมัด) คงเพราะตอนเด็กๆป๋าชอบแกล้งพูดว่าเดี๋ยวป๋าตายแล้วอยู่กันดีๆนะ เราจะนอนร้องไห้ทุกคืนเลย แล้วก็จะซึม นั่งน้ำตาไหลจนกว่าป๊ามาพูดว่า พูดเล่นๆ แต่ก็ทำอีก แย่ชะมัด เรื่องที่ 4 เราจะโยเยมากตอนตื่นนอน โดยเฉพาะตอนที่ตื่นนอนตอนเย็นๆ แล้วพบว่าทุกอย่างมืดมากๆ ไม่มีใครอยู่ เราพบว่าเราอยู่คนเดียว เป็นเหตุการร์ที่ไม่ชอบเอามากๆ ครั้งหนึ่งที่หอ ก้นอนตอนเย็นๆอยู่กะโบว์ แต่พอตื่นมาพบว่าเราอยู่คนเดียว ห้องมืดหมดเลย ไม่มีใครอยู่ ตื่นมาอยากจะร้องไห้ ไม่รู้ทำไงโทรหาแม่ แม่บอกว่าเราโยเย... โบว์ลุกไปตอนไหนไม่รู้ ไปไหนก้ไม่บอก ฮือออ(รู้สึกว่าวันนั้นเป็นวันที่มีตลาดนัด) ว่าแล้วก็โทรหาโนะ...โนะอยู่ตลาดนัด ก็เลยออกไปหา เจอโนะก็ร้องไห้ต่อหน้าโนะ ก็ความรู้สึกมันยังคงอยู่นี่หน่า หลังจากนั้นเราก็จะบอกเมดๆเราทุกคนว่าถ้าเรานอนอยู่จะไปไหนขอให้ปลุกบอกเราก่อน ไม่ว่าจะตอนเช้า(ที่เราไม่มีเรียนก็ตาม)หรือตอนเย็นๆ เพราะเราไม่ชอบที่จะตื่นมาแล้วมีอาการโหว่งๆ คนเดียวแล้วทุกคนหายไปไหนกันหมด แต่เรามักจะไม่พยายามนอนตอนเย็น เพราะไม่อยากเกิดอารมร์แบบนี้ด้วย แล้วก็หงุดหงิดด้วย ดังนั้นเราก็เลยเป็นว่าเรานอนตอนเย็นไม่ค่อยจะได้
เรื่องสุดท้าย นึกไม่ออกแอบเลียนแบบแอม ถ้าไปเปิดใบสูติบัตรชื่อจริงเราก่อนเป้นปิยะพร คือ ด.ญ. เฟิร์น เป็นชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ตั้งแต่ยังท้อง พอคลอดเลยบอกชื่อเล่นเป็นชื่อจริงไปก่อน แต่สุดท้าย ชื่อเฟิร์นก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี เพราะถูกญาติเรียกเป็น น้ำผึ้ง แทน เพราะชื่อคล้องกับพี่เรา แต่ไปๆมาๆก็เหลือแต่ผึ้งเฉยๆ ป๊าชอบบอกว่า ถ้าทุกคนเรียกมันว่าน้ำผึ้ง คงจะหวานกว่านี้ ตอนนี้เป็นผึ้งเฉยๆ ดุชะมัดเลย 555+ จบแล้วแถ่กรอบสองที่นำมารีมิกซ์ใหม่ 555+ ก็ขำขำกันไป จะส่งต่อให้ใครดี... ให้คุณโบว์โกะ(เมด105ผู้น่ารัก) ให้อาเจ๊เราด้วย โนะ(ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะเข้ามาอ่านมั้ย) อีกคนนึกไม่ออก เอาเป้นว่าใครยังไม่ได้แถ่กก็แถ่กกันไปแล้วกัน |
|
|