piya's profile^0^ Friendship Is Begini...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 11

    รักแม่นะ...

    เพลงนี้ให้แม่นะ...รักแม่คะ
     
     
    "ตั้งแต่วันแรกเลยที่เราได้รู้จักกัน จนถึงวันนี้
    หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของเราก็เปลี่ยนไป
    ทุกครั้งที่เราได้พบกัน ได้เจอกัน ได้พูดคุยกัน
    มันทำให้ผมรู้สึกประทับใจและอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกันครับ
    ผมก็ไม่รู้นะครับว่าผมรู้สึกอย่างงี้อยู่คนเดียวรึเปล่า
    แต่มันก็นาน…กว่าผมจะเข้าใจและรู้ในใจของผมเอง
    และวันนี้ ผมมีอะไรจะบอกคุณครับ ฟังนะครับ…. "


    …อยากมีคำพูดง่ายๆ อยากกระซิบเธอใกล้ๆ บอกความหมายในหัวใจของฉัน
    ลึกๆ ข้างในนั้น เฝ้ารอคอยด้วยความหวัง ว่าเธอนั้นคงมีใจรู้สึกเหมือนกัน
    คำพูดเพียงสั้นๆ อาจจะฟังดูง่ายๆ แต่ความหมายนั้นมากมาย...กว่านั้น
    จากใจฉัน...ว่าฉันรักเธอ

    (I found you...ใช่….ต้องใช่)

    ฉันก็รู้ว่า...ตัวฉันนั้นรู้สึกเช่นไร
    อยากจะขอให้เธอ ได้โปรด...ฟัง ความในใจ...ของฉันนี้

    …อยากมีคำพูดง่ายๆ อยากกระซิบเธอใกล้ๆ บอกความหมายในหัวใจของฉัน
    ลึกๆ ข้างในนั้น เฝ้ารอคอยด้วยความหวัง ว่าเธอนั้นคงมีใจรู้สึกเหมือนกัน
    คำพูดเพียงสั้นๆ อาจจะฟังดูง่ายๆ แต่ความหมายนั้นมากมาย...กว่านั้น
    จากใจฉัน...ว่าฉันรักเธอ

    แล้ว...ในวันนี้ ขอให้เธอ...ได้โปรดรับฟังฉันอีกสักครั้ง
    คำพูดที่ดังออกจากหัวใจ คงไม่มีคำๆ ไหน แทนคำ...นี้
    นอกจาก...

    (I found you...ฉันพบแล้วคนที่ใช่) 
     
    ป.ล. รักแม่นะคะ รักแม่ทุกวันเลย

     

    นึกไม่ออก

    ที่จริง 2 วันก่อนอยากอัพมากเลย มีเรื่องที่นึกได้เยอะมาก แต่ตอนนี้กลับนึกไม่ออก
    อุตส่าห์นึกอะไรที่เป็นปรัชญาอ่อนๆได้แล้วเชี่ยว
    ไม่น่าพลาดเลยตู
    555+
    วันๆเรานั่งแต่ทำงาน ไม่ก็อ่านหนังสือ ไม่ได้เดินออกไปไหนเกิน 200เมตรเลย
    น่าเบื่อมากๆ
     
     
    วันนี้ไม่รู้จะอัพไรเลย บิวด์ไม่ออก ไปก่อนดีกว่า
     
     
    ป.ล.เพื่อนๆไปไหนกันหมด คิดถึงจังเลย  เหงาพิกล
    อยากดูกีฬาก็ไม่ค่อยมีให้ดู แย่จริงๆ
     
     
    August 01

    การผจญภัยครั้งใหม่ไปกับรถไฟไทย...

    อัพบล็อคฉลองรูปโฉมใหม่  ดูร้อนแรงนะ  แต่เรากลับรู้สึกผ่อนคลายแล้วก็อิสระ  บ้าไปแล้วเรา

    ปิดมาได้ อาทิตย์กว่าๆ เรายังไม่ได้เริ่มทำงานอันมากมายอะไรเท่าไรเลย 

    ต้องบ้าเอาตอนใกล้จาเปิดแน่ๆเลย

    อาทิตย์ที่ผ่านมากลับบ้านที่อุตรดิตถ์มา

    เป็นการเดินทางที่โหดที่สุดแล้วก็ตลกที่สุด

     

    เริ่มจากออกจากบ้านตอนกลางคืนวันศุกร์ 

    พี่ฝนจองตั๋วเที่ยว 22.00 ไว้ให้ เป็นตู้ชั้น 2(เบาะมันจะเอนนอนได้)

    แม่เร่งออกจาบ้านตั้งแต่ทุ่ม40 เราก็โว้ยวายว่าจะรีบไปไหนฟ่ะ

    แต่ก็ทำอะไรไม่ได้  โอเค ตามใจ

    ถึงหัวลำโพงตอน 2 ทุ่ม โอแม่เจ้า...อีก 2 ชั่วโมง

    เดินเข้าไปกะว่าจะหาที่นั่ง แล้วหาอะไรทำซะหน่อย

    เลยหยิบตั๋วออกมาดู...เอ เรานั่งตรงไหน ขบวนไหน

    ดูไปดูมา....แม่เจ้า  ตั๋วมันวันที่ 28  วันนี้วันที่เท่าไรแม่

    วันที่ 27 ไง  ม่ายยยจริงO_o

    ทำไงล่ะเนี่ย  เป็นเดือดเป็นร้อนอยู่กับแม่ 2 คน

    ไม่เป็นไรไปเปลี่ยนตั๋ว แต่โดนหักตังค์ครึ่งหนึ่ง แล้วเสียเงินเพิ่มด้วย

    โอเค...เดินไปที่ขายตั๋ว  คนเยอะมากเพราะเป็นช่วงเทศกาล

    เต็มหมดครับ มีแต่ตั๋วยืน

    ทุกชั้นเลยเหรอ  ตู้นอนก็ไม่มีเหรอ

    ทำไงดีล่ะ..โทรหาแม่(แม่ยืนเฝ้าของอยู่)

    ยืนก็ยืนทำไงได้....ตั๋วยืนนนนน

    ซ้ำร้ายกว่านั้น ตังค์ก็ไม่ได้คืน 340บาท/คน แถมกูต้องยืนอีก 

    โอ้วววโน้วววววว

     

    ...แต่งานนี้เราไม่ต้องยืนแหละ  เพราะว่ามีที่นั่งเหลือ

    (คือหลังจากเลขที่ 50 ลงไปเค้าจะไม่ขายตั๋ว ดังนั้นคนที่ไม่มีที่นั่งก็ไปนั่งได้)

    เรากับแม่ขึ้นรถมาก่อน(ก็แน่แหละไม่ถึงตั้งแต่กี่โมงล่ะ) ก็เลยได้นั่ง

    แต่ความลำบากก็มากกว่านั้น เพราะหลังจากนั้นคนก็เยอะมโหฬาร

    คนนั่งพื้นกันเลยทีเดียว แม่เราก็แบ่งให้พี่ผุ้หญิงนั่งตรงที่เท้าแขน

    เราแม่ก็มาเบียดเรา...แง่ง

    การเดินทาง 8-9 ชั่วโมง  ถึงบ้านก็ 7โมงเช้าพอดี

    พระเจ้ามากเลย....คิดสภาพคนที่นั่งพื้น 

    จาหลับก็หลับไม่ได้  เพราะพวกขายของก็จะเดินแทบตลอดคืน

     สักครึ่งชั่วโมงก็จะมาที เวลามาทุกคนที่นั่งพื้นก็จะยืนขึ้นพร้อมกันทั้งขบวน

    เป็นภาพทีสามัคคีมากๆ หลังๆช่วยเดินข้ามกูไปเหอะ กูจะนอน

    ส่วนเราก็หลับๆตื่นๆมาตลอดทางนั่งเฝ้าแม่ซะมากกว่า

    นั่งอ่านหนังสือจบไปเล่ม(ตายล่ะขากลับจะอ่านอะไรหว่า)

    เมื่อยมากๆ ไม่ได้ลุกไปไหนเลย  เพราะเดินไม่ได้

     

    ถึงบ้านยายก็กินๆนั่งคุย

    แล้วก็ขึ้นไปบ้านยายไปทำขนม(ข้าวต้มมัดกับขนมใส่ไส้)

    เพราะว่ารุ่งขึ้นจะเป็นวันงานบุญ(อาสาฯ)

    ที่นี่ทุกบ้านต้องทำขนมไปใส่บาตรตอนเช้าที่วัด

    เป็นงานที่เรียนรู้มาหลายปีแล้วก็เลยชิน

    เริ่มจาต้มถั่วก่อนระหว่างนั้นก็ขูดมะพร้าวเอากะทิ

    ขูดแบบมะหมี่นั่นแหละ...แต่ไม่รอด เพราะเราทำช้ามากๆ

    มะพร้าวตั้ง 3 ลูก ยายบอกว่าถ้าเราทำต่อไปสงสัยจะเสร็จพรุ่งนี้

    น้าเราก็เลยว่ารับไปทำต่อ ตอนนั้นเราก็เลยไปอาบน้ำ

    กลับมาอีกทียายนั่งห่อขนมใส่ไส้แล้ว..งานนี้เราถนัดก็เลยไปช่วย

    จากนั้นก็ไปเอาข้าวเหนียวทีแช่ไว้มาผัดๆกับกะทิส่วนเราก็นั่งแกะกล้วย

    แล้วก็เอามาห่อ เรื่องห่อแบบนี้เราไม่เป็น

    ลองแล้วมันไม่สวยเท่ายายเลยปล่อยยายทำ

    ส่วนเราไปฉีกตอกดีกว่า(ที่เค้าเอาไว้มัดอะ)

    ก็ทำไปเกือบเสร็จแล้ว กำลังจะเอาไปนึ่ง แล้วยายก็ร้องขึ้น

    ตายแล้วลืมใส่ถั่ว555+ เลยเกิดเสียงหัวเราะกันลั่นบ้าน

    ลืมบอกไป  เราทำกันอยู่ 3 คน มีเรา ยาย แล้วก็ยายมัน(พี่ของยาย)

    ยายว่าเป็นความผิดของเรา...ซะงั้นอะยาย (ยายบอกเรานั่งบัง ยายเลยมองไม่เห็น)

    ระหว่างคนแก่ 70 กว่าๆ 2 คนกับสาวอายุ 20 อีกคน หัวเราะกันลั่นบ้าน

    แม่ก็หลับอยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว....ยายว่าจะมานอนก็ไม่ต้องมาไกลขนาดนี้ก็ได้

    5555+

    กว่าแม่จะตื่นปาไปบ่ายโมง  ก็ไปกินข้าวแล้วก็นอนต่อ  เราก็หลับด้วย

    ตื่นอีกที 6 โมงเย็น  แม่เจ้า...

     

    งานนี้มากินกับมานอนเลยจริงๆกินข้าวเย็นก็นอน(มั้ยล่ะ)

    อีกวันก็ตื่นแต่ ตี4 กว่าๆ ไปทำบุญให้ตา(เราไม่รู้ว่าภาษาถิ่นเค้าเรียกว่าอะไร)

    แล้วก็กลับมาก่อน รอตอน 7โมงก็ไปตักบาตร คนเยอะมาก เต็มศาลาวัดเลย

    กว่าจะแล้วก็ปาไป 9 โมงเช้า กลับบ้านมาก็จัดห้อง ปัดฝุ่นใหม่

    บ้านไม่มีคนอยู่ก็เงี่ยะ มีแต่ฝุ่น คืนแรกนอนแบบอมฝุ่นเลยทีเดียว

    จัดเตียงยายใหม่ เอาที่นอนมาซัก...เช็ดตรงนั้น จัดตรงนี้

    กว่าจะเสร็จก็เที่ยง กินข้าว นอนกลางวันเล่นๆ

    4โมงก็นั่งถูบ้าน แล้วก็กินข้าว(เห็นมั้ยมีแต่กินกับนอนซะเยอะ)

    แล้วก็ไปเวียนเทียน(คนน้อย แต่นานๆเราจะได้เวียนเทียนซะที)

     กลับมาอาบน้ำนอน

    ลืมบอกเลย...นอกจากวันมาจะผิดวันแล้ว  วันกลับก็ผิดวัน

    ที่จริงกะมาคืนวันศุกร์กลับวันอาทิตย์

    พี่ฝนจองเป็นคืนวันเสาร์กลับวันจันทร์ อุตส่าห์จองไว้เป็นเดือน

    ให้มันได้อย่างนั้นดิ...แม่เลยต้องลางาน 1 วัน

    เพราะถ้าเปลี่ยนตั๋วก็ไม่มีอีก เต็มค่ะ

    วันจันทร์ตื่นมาก็เลยเตรียมของกลับ

    เข้ามาในเมือง พายายมาหาหมอด้วย

    แล้วก็แวะซื้อหนังสือ 1 เล่ม(ไว้อ่านขากลับ)

    รถไฟ เลทไป40 นาทีจาก12.36เลทไป13.15

    ขึ้นรถปุ๊บก็หลับปั๊บ(ขากลับได้ที่นั่งชั้น 2 เยี่ยมไปเลย)

    แม่หลับตั้งแต่ บ้านยันกรุงเทพ

    ส่วนเราหลับไปชั่วโมงหนึ่ง แล้วก็นั่งอ่านหนังสือตลอดทาง

    ถึงกรุงเทพก็จบพอดี...เยี่ยมไปเลย

    ขากลับคนก็เยอะเหมือนเดิม แต่เราสัมผัสไม่ได้เพราะเรานั่งชั้น 2

    แต่ก็เห็นคนตอนขึ้นแหละว่ามันเยอะอยู่...

     

    เป็นการนั่งรถไฟที่ระทึก(ว่าจะไม่มีที่นั่ง)ที่สุด

    และก็ตลกที่สุดเท่าที่เคยนั่งมา

    -----จบ--------