piya's profile^0^ Friendship Is Begini...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
^0^ Friendship Is Begining With a Smile ^0^December 25 กำลงจะหมดปีแล้วซินะอีก 6 วัน เราคงต้องเขียนว่าปี 2551/2008
1 ปีผ่านมา ตั้งแต่มกรา-ธันวา มีเรื่องเยอเลย
ตั้งแต่มกรา-- มีงานบอล มีอะไรอีกจำไม่ได้
กุมภา---มีงานอำลาทุ่ง มีวาเลนไทน์ มีวันเกิดเรา แล้วก็คงช่วงสอบ
มีนา---มีเรื่องเศร้าตอนย้ายหอ
เมษา---ไปบ้านโบว์เก้...(แป๊บเดียวเองเน้อ ผ่านมาแล้ว) ไปทำเค้กโนะบ้านเขม
พฤษภา---งานรับเพื่อนใหม่
มิถุนา---เป็นเดือนแห่งการไปรับน้องทั้งโต๊ะแอม และโต๊ะตัวเอง
กรกฎา---เป็นเดือนแห่งงานและสอบเสียจริงๆ มีนัดเลี้ยงห้อง7/7/07
สิงหา--ไปสร้างบ้านดินมา สนุกดีเหมือนกัน (แปลกดี)
กันยา--ทำอะไรบ้างก็ไม่รู้ ไม่เห้นมีจดเลย
ตุลา---ก้สอบๆชีวิตอยู่กะงานและสอบ
พฤศจิ----เห้นเดือนนี้แล้วนึกถึง November ที่เป้นหนัง เศร้าจัง
ธันวา---คริสมาสที่แสนเศร้า พร้อมกับผลเลือกตั้งที่ออกมาแล้ว(เหมือนกับอันแรก)
ส่วนปีใหม่ปีหน้าจะเกิดอะไรกับชีวิตเราบ้างก็ยังไม่รู้
นี่เรากำลังก้าวข้ามปีใหม่มา 21 ครั้งแล้วเหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อตัวเองเลย
ทำไปแบบไม่มีไรทำ เบื่อทำไมช่วงนี้เรียนน้อย เบื่อ เพระไม่รู้จะทำไร August 11 รักแม่นะ...เพลงนี้ให้แม่นะ...รักแม่คะ
"ตั้งแต่วันแรกเลยที่เราได้รู้จักกัน จนถึงวันนี้
หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของเราก็เปลี่ยนไป ทุกครั้งที่เราได้พบกัน ได้เจอกัน ได้พูดคุยกัน มันทำให้ผมรู้สึกประทับใจและอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกันครับ ผมก็ไม่รู้นะครับว่าผมรู้สึกอย่างงี้อยู่คนเดียวรึเปล่า แต่มันก็นาน…กว่าผมจะเข้าใจและรู้ในใจของผมเอง และวันนี้ ผมมีอะไรจะบอกคุณครับ ฟังนะครับ…. " …อยากมีคำพูดง่ายๆ อยากกระซิบเธอใกล้ๆ บอกความหมายในหัวใจของฉัน ลึกๆ ข้างในนั้น เฝ้ารอคอยด้วยความหวัง ว่าเธอนั้นคงมีใจรู้สึกเหมือนกัน คำพูดเพียงสั้นๆ อาจจะฟังดูง่ายๆ แต่ความหมายนั้นมากมาย...กว่านั้น จากใจฉัน...ว่าฉันรักเธอ (I found you...ใช่….ต้องใช่) ฉันก็รู้ว่า...ตัวฉันนั้นรู้สึกเช่นไร อยากจะขอให้เธอ ได้โปรด...ฟัง ความในใจ...ของฉันนี้ …อยากมีคำพูดง่ายๆ อยากกระซิบเธอใกล้ๆ บอกความหมายในหัวใจของฉัน ลึกๆ ข้างในนั้น เฝ้ารอคอยด้วยความหวัง ว่าเธอนั้นคงมีใจรู้สึกเหมือนกัน คำพูดเพียงสั้นๆ อาจจะฟังดูง่ายๆ แต่ความหมายนั้นมากมาย...กว่านั้น จากใจฉัน...ว่าฉันรักเธอ แล้ว...ในวันนี้ ขอให้เธอ...ได้โปรดรับฟังฉันอีกสักครั้ง คำพูดที่ดังออกจากหัวใจ คงไม่มีคำๆ ไหน แทนคำ...นี้ นอกจาก... (I found you...ฉันพบแล้วคนที่ใช่) ป.ล. รักแม่นะคะ รักแม่ทุกวันเลย
นึกไม่ออกที่จริง 2 วันก่อนอยากอัพมากเลย มีเรื่องที่นึกได้เยอะมาก แต่ตอนนี้กลับนึกไม่ออก
อุตส่าห์นึกอะไรที่เป็นปรัชญาอ่อนๆได้แล้วเชี่ยว
ไม่น่าพลาดเลยตู
555+
วันๆเรานั่งแต่ทำงาน ไม่ก็อ่านหนังสือ ไม่ได้เดินออกไปไหนเกิน 200เมตรเลย
น่าเบื่อมากๆ
วันนี้ไม่รู้จะอัพไรเลย บิวด์ไม่ออก ไปก่อนดีกว่า
ป.ล.เพื่อนๆไปไหนกันหมด คิดถึงจังเลย เหงาพิกล
อยากดูกีฬาก็ไม่ค่อยมีให้ดู แย่จริงๆ
August 01 การผจญภัยครั้งใหม่ไปกับรถไฟไทย...อัพบล็อคฉลองรูปโฉมใหม่ ดูร้อนแรงนะ แต่เรากลับรู้สึกผ่อนคลายแล้วก็อิสระ บ้าไปแล้วเรา ปิดมาได้ อาทิตย์กว่าๆ เรายังไม่ได้เริ่มทำงานอันมากมายอะไรเท่าไรเลย ต้องบ้าเอาตอนใกล้จาเปิดแน่ๆเลย อาทิตย์ที่ผ่านมากลับบ้านที่อุตรดิตถ์มา เป็นการเดินทางที่โหดที่สุดแล้วก็ตลกที่สุด
เริ่มจากออกจากบ้านตอนกลางคืนวันศุกร์ พี่ฝนจองตั๋วเที่ยว 22.00 ไว้ให้ เป็นตู้ชั้น 2(เบาะมันจะเอนนอนได้) แม่เร่งออกจาบ้านตั้งแต่ทุ่ม40 เราก็โว้ยวายว่าจะรีบไปไหนฟ่ะ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ โอเค ตามใจ ถึงหัวลำโพงตอน 2 ทุ่ม โอแม่เจ้า...อีก 2 ชั่วโมง เดินเข้าไปกะว่าจะหาที่นั่ง แล้วหาอะไรทำซะหน่อย เลยหยิบตั๋วออกมาดู...เอ เรานั่งตรงไหน ขบวนไหน ดูไปดูมา....แม่เจ้า ตั๋วมันวันที่ 28 “วันนี้วันที่เท่าไรแม่” “วันที่ 27 ไง” ม่ายยยจริงO_o ทำไงล่ะเนี่ย เป็นเดือดเป็นร้อนอยู่กับแม่ 2 คน ไม่เป็นไรไปเปลี่ยนตั๋ว แต่โดนหักตังค์ครึ่งหนึ่ง แล้วเสียเงินเพิ่มด้วย โอเค...เดินไปที่ขายตั๋ว คนเยอะมากเพราะเป็นช่วงเทศกาล “เต็มหมดครับ มีแต่ตั๋วยืน” “ทุกชั้นเลยเหรอ ตู้นอนก็ไม่มีเหรอ” ทำไงดีล่ะ..โทรหาแม่(แม่ยืนเฝ้าของอยู่) ยืนก็ยืนทำไงได้....ตั๋วยืนนนนน ซ้ำร้ายกว่านั้น ตังค์ก็ไม่ได้คืน 340บาท/คน แถมกูต้องยืนอีก โอ้วววโน้วววววว
...แต่งานนี้เราไม่ต้องยืนแหละ เพราะว่ามีที่นั่งเหลือ
(คือหลังจากเลขที่ 50 ลงไปเค้าจะไม่ขายตั๋ว ดังนั้นคนที่ไม่มีที่นั่งก็ไปนั่งได้)
เรากับแม่ขึ้นรถมาก่อน(ก็แน่แหละไม่ถึงตั้งแต่กี่โมงล่ะ) ก็เลยได้นั่ง
แต่ความลำบากก็มากกว่านั้น เพราะหลังจากนั้นคนก็เยอะมโหฬาร
คนนั่งพื้นกันเลยทีเดียว แม่เราก็แบ่งให้พี่ผุ้หญิงนั่งตรงที่เท้าแขน
เราแม่ก็มาเบียดเรา...แง่ง
การเดินทาง 8-9 ชั่วโมง ถึงบ้านก็ 7โมงเช้าพอดี
พระเจ้ามากเลย....คิดสภาพคนที่นั่งพื้น
จาหลับก็หลับไม่ได้ เพราะพวกขายของก็จะเดินแทบตลอดคืน
สักครึ่งชั่วโมงก็จะมาที เวลามาทุกคนที่นั่งพื้นก็จะยืนขึ้นพร้อมกันทั้งขบวน
เป็นภาพทีสามัคคีมากๆ หลังๆช่วยเดินข้ามกูไปเหอะ กูจะนอน
ส่วนเราก็หลับๆตื่นๆมาตลอดทางนั่งเฝ้าแม่ซะมากกว่า
นั่งอ่านหนังสือจบไปเล่ม(ตายล่ะขากลับจะอ่านอะไรหว่า)
เมื่อยมากๆ ไม่ได้ลุกไปไหนเลย เพราะเดินไม่ได้
ถึงบ้านยายก็กินๆนั่งคุย
แล้วก็ขึ้นไปบ้านยายไปทำขนม(ข้าวต้มมัดกับขนมใส่ไส้)
เพราะว่ารุ่งขึ้นจะเป็นวันงานบุญ(อาสาฯ)
ที่นี่ทุกบ้านต้องทำขนมไปใส่บาตรตอนเช้าที่วัด
เป็นงานที่เรียนรู้มาหลายปีแล้วก็เลยชิน
เริ่มจาต้มถั่วก่อนระหว่างนั้นก็ขูดมะพร้าวเอากะทิ
ขูดแบบมะหมี่นั่นแหละ...แต่ไม่รอด เพราะเราทำช้ามากๆ
มะพร้าวตั้ง 3 ลูก ยายบอกว่าถ้าเราทำต่อไปสงสัยจะเสร็จพรุ่งนี้
น้าเราก็เลยว่ารับไปทำต่อ ตอนนั้นเราก็เลยไปอาบน้ำ
กลับมาอีกทียายนั่งห่อขนมใส่ไส้แล้ว..งานนี้เราถนัดก็เลยไปช่วย
จากนั้นก็ไปเอาข้าวเหนียวทีแช่ไว้มาผัดๆกับกะทิส่วนเราก็นั่งแกะกล้วย
แล้วก็เอามาห่อ เรื่องห่อแบบนี้เราไม่เป็น
ลองแล้วมันไม่สวยเท่ายายเลยปล่อยยายทำ
ส่วนเราไปฉีกตอกดีกว่า(ที่เค้าเอาไว้มัดอะ)
ก็ทำไปเกือบเสร็จแล้ว กำลังจะเอาไปนึ่ง แล้วยายก็ร้องขึ้น
“ตายแล้วลืมใส่ถั่ว”555+ เลยเกิดเสียงหัวเราะกันลั่นบ้าน
ลืมบอกไป เราทำกันอยู่ 3 คน มีเรา ยาย แล้วก็ยายมัน(พี่ของยาย)
ยายว่าเป็นความผิดของเรา...ซะงั้นอะยาย (ยายบอกเรานั่งบัง ยายเลยมองไม่เห็น)
ระหว่างคนแก่ 70 กว่าๆ 2 คนกับสาวอายุ 20 อีกคน หัวเราะกันลั่นบ้าน
แม่ก็หลับอยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว....ยายว่าจะมานอนก็ไม่ต้องมาไกลขนาดนี้ก็ได้
5555+
กว่าแม่จะตื่นปาไปบ่ายโมง ก็ไปกินข้าวแล้วก็นอนต่อ เราก็หลับด้วย
ตื่นอีกที 6 โมงเย็น แม่เจ้า...
งานนี้มากินกับมานอนเลยจริงๆกินข้าวเย็นก็นอน(มั้ยล่ะ)
อีกวันก็ตื่นแต่ ตี4 กว่าๆ ไปทำบุญให้ตา(เราไม่รู้ว่าภาษาถิ่นเค้าเรียกว่าอะไร)
แล้วก็กลับมาก่อน รอตอน 7โมงก็ไปตักบาตร คนเยอะมาก เต็มศาลาวัดเลย
กว่าจะแล้วก็ปาไป 9 โมงเช้า กลับบ้านมาก็จัดห้อง ปัดฝุ่นใหม่
บ้านไม่มีคนอยู่ก็เงี่ยะ มีแต่ฝุ่น คืนแรกนอนแบบอมฝุ่นเลยทีเดียว
จัดเตียงยายใหม่ เอาที่นอนมาซัก...เช็ดตรงนั้น จัดตรงนี้
กว่าจะเสร็จก็เที่ยง กินข้าว นอนกลางวันเล่นๆ
4โมงก็นั่งถูบ้าน แล้วก็กินข้าว(เห็นมั้ยมีแต่กินกับนอนซะเยอะ)
แล้วก็ไปเวียนเทียน(คนน้อย แต่นานๆเราจะได้เวียนเทียนซะที)
กลับมาอาบน้ำ…นอน
ลืมบอกเลย...นอกจากวันมาจะผิดวันแล้ว วันกลับก็ผิดวัน
ที่จริงกะมาคืนวันศุกร์กลับวันอาทิตย์
พี่ฝนจองเป็นคืนวันเสาร์กลับวันจันทร์ อุตส่าห์จองไว้เป็นเดือน
ให้มันได้อย่างนั้นดิ...แม่เลยต้องลางาน 1 วัน
เพราะถ้าเปลี่ยนตั๋วก็ไม่มีอีก “เต็มค่ะ”
วันจันทร์ตื่นมาก็เลยเตรียมของกลับ
เข้ามาในเมือง พายายมาหาหมอด้วย
แล้วก็แวะซื้อหนังสือ 1 เล่ม(ไว้อ่านขากลับ)
รถไฟ เลทไป40 นาทีจาก12.36เลทไป13.15
ขึ้นรถปุ๊บก็หลับปั๊บ(ขากลับได้ที่นั่งชั้น 2 เยี่ยมไปเลย)
แม่หลับตั้งแต่ บ้านยันกรุงเทพ
ส่วนเราหลับไปชั่วโมงหนึ่ง แล้วก็นั่งอ่านหนังสือตลอดทาง
ถึงกรุงเทพก็จบพอดี...เยี่ยมไปเลย
ขากลับคนก็เยอะเหมือนเดิม แต่เราสัมผัสไม่ได้เพราะเรานั่งชั้น 2
แต่ก็เห็นคนตอนขึ้นแหละว่ามันเยอะอยู่...
เป็นการนั่งรถไฟที่ระทึก(ว่าจะไม่มีที่นั่ง)ที่สุด
และก็ตลกที่สุดเท่าที่เคยนั่งมา
-----จบ--------
July 23 งานนี้ไม่มีชื่อเรี่องวันนั้นนั่งดูเอเอฟอยู่ กรรมการติชมผู้แข่งขันคนหนึ่งอยู่ บอกว่าคำว่าปิดกั้นตัวเองกับคำว่าเป็นตัวของตัวเอง"มันเป็นเส้นบางๆเท่านั้น
มันทำให้เราคิดแหละว่านั่นสิ จริงๆแล้วคำสองคำนี้มันต่างกันมั้ย เหมือนกับคำว่าไม่ได้ตั้งใจกับไม่ได้ใส่ใจที่เคยถามเพื่อนๆนั่นแหละ
พลานไปนึกถึงคำว่าเสียจีเนียสกับคำว่าบ้า(หรือโง่ว่ะ) นั้นแหละ จริงๆแล้วคนที่เป็นจีเนียสอาจเป็นคนที่บ้าก็ได้แต่เป็นคนบ้าประเภทหนึ่ง
555อันนี้เรามั่ว แค่คิดเล่นๆเท่านั้นเอง
เพราะว่าอยากเขียนเรื่องๆหนึ่งแต่จริงๆแล้วเราไม่กล้า...เพราะกลัวผลของมัน
กลัวแต่ก็อึดอัด...เราไม่รู้ว่าเราควรจะเงียบเรื่องนี้ไปดีมั้ย
แต่เราก็ไม่รู้ว่าการที่เราปล่อยไว้อย่างนี้มันก็จะดีแล้วเหรอ
การเริ่มเป็นสิ่งที่ยาก...เพราะไม่รู้ว่าจะพูดจะเขียนอย่างไรดี
แต่สิ่งที่ง่ายกว่านั้นคือการเริ่มต้นของการรู้จักกัน การเริ่มต้นของคำว่าเพื่อน
เคยได้ยินเวลาเค้าสัมภาษณ์คู่รักมั้ย คนถามมักจะถามว่า แฟนของเรามีดีอะไรเราถึงชอบ
คู่รักก็จะตอบ ตอบ และตอบ มีน้อยค่มากที่ตอบว่า เพราะเค้ามีความจริงใจให้กับฉันอย่างมาก
ส่วนใหญ่ก็จะตอบกันว่า เพราะเค้าเสมอต้นเสมอปลาย เป้นคนอบอุ่น เป็นคนดูแลเราได้...และอื่นๆ
แต่สิ่งเดียวที่มนุษย์อยากจะได้และต้องการคือความจริงใจต่างหาก
เพราะเราต้องการความปลอดภัยของชีวิต(ตามหลักความต้องการของมัสโรว์)
ถ้าไม่ใช่พ่อแม่และพี่น้อง(ซึ่งบางทีก็มีหรือไม่มี) ความจริงใจที่มนุษย์จะมอบให้กันนั้น
เราเชื่อว่าเราหามันได้จากเพื่อนเรา...เพียงแค่ความจริงใจเท่านี้นที่เราต้องการจากสังคมกลุ่มหนึ่ง
เพราะนั้นมันก็ทำให้เรามีพลังและกำลังในการเผชิญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แค่เพียงความจริงใจ...
คนที่คบกันเป็นแฟนอาจจะมองหาข้อดีของแฟนตัวเอง มันรวย มันเก่ง มันเฮงและอื่น..ๆ
แต่คนที่คบกันเป็นเพื่อน เราไม่อยากให้มองว่าเพื่อนเรามีดีอะไร...
ถ้าจะบอก...และตอบคำถามนี้มีเพียงคำตอบเดียว คือเพื่อนเรามีความจริงใจและมันจะเป็นคนสุดท้ายที่เราคิดว่ามันจะทำลายเรา
นั่นต่างหากที่เรามองกับเพื่อนคนๆหนึ่ง
มนุษย์คนๆหนึ่งต่างก็มีข้อเสียตั้งแต่ตัวเองเริ่มที่จะหายใจได้ และมีมากขึ้นเท่าๆกับนาทีที่เขาหายใจมาตลอดชีวิตของเขา
แต่สิ่งที่เรากลับไม่มองข้อเสียนั้นๆของมนุษย์ที่เป็นเพื่อนเราเพราะว่ามันจริงใจกับเราไง
เหมือนที่เราก็จริงใจกับมันเหมือนกัน
ป.ล.ให้เรามานั่งนึกข้อดีของพวกแก ก็ไม่ได้เหมือนกัน ถ้าถามข้อเสียล่ะก็ บอกมาเดี๋ยวปริ้นซ์ใส่เอ 4 ไปให้ ฮา
June 18 มันก็จริงนะเมื่อ เราอยู่มหาลัยเราจะคิดแบบนี้มั้ย ..
>>>>> >>>>> >>>>>*-----เรา...ได้อะไร หลายอย่างจากการเข้าแถวเคารพธงชาติ >>>>>แม้...มหาวิทยาลัย จะเปิดเพลงชาติเสียงดังเพียงใด >>>>>ก็ไม่ได้หมายความว่าเรา กำลังยืนเข้าแถวกันเป็นห้อง---* >>>>> >>>>> >>>>>*----เรา...รู้อะไร หลายอย่างจากกิจกรรมรักการอ่าน >>>>>แม้...เราจะจดและบันทึก ความรู้ในมหาวิทยาลัยจะมีมากมายเพียงไหน >>>>>ก็ไม่ได้หมาย ความว่าเราต้องส่งอาจารย์---* >>>>> >>>>> >>>>>*----เรา...นั่งกิน ข้าวด้วยกันที่โรงอาหาร >>>>>แม้...โรงอาหารที่มหาวิทยาลัย จะใหญ่แค่ ไหน ก็ไม่ได้ >>>>>หมายความว่าเพื่อนเราจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา--- * >>>>> >>>>> >>>>>*----เรา...เดินไป เรียนด้วยกัน >>>>>แม้...ตึกและห้องเรียนในมหาวิทยาลัยจะ หรูหรายิ่งใหญ่เพียงไหน >>>>>ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเรา จะนั่งเรียนอยู่ทุกคน---* >>>>> >>>>> >>>>>*----เรา...พูดคุย เสียงดังโหวกเหวกเมื่ออยู่ในห้องเรียน >>>>>แม้...ใน มหาวิทยาลัยเราจะพูดคุยเสียงดังเพียง ไหน >>>>>ก็ไม่ได้ หมายความว่าเพื่อนๆทุกคนจะได้ยิน---* >>>>> >>>>> >>>>>*----เรา...กลับบ้าน ทุกเย็นหลังโรงเรียนเลิก >>>>>แม้...บ้านเราจะอยู่ใกล้ มหาวิทยาลัยเพียงไหน >>>>>ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนที่อยู่ >>>>>ใกล้บ้านเราที่สุดจะได้กลับบ้านทุกวัน---* >>>>> >>>>> >>>>>*----เรา...นัดไป เที่ยวกันในวันหยุด >>>>>แม้...ใกล้ๆมหาวิทยาลัยจะมีสถานที่ ท่องเที่ยวมาก มาย >>>>>ก็ไม่ได้ หมายความว่าเราจะนัดเพื่อนไปได้ครบทุกคน---* >>>>> >>>>> >>>>>*----เรา...ถ่ายรูป เก็บเอาทุกภาพความทรงจำไว้ >>>>>แม้...กล้องดิจิตอลในมือจะ มีความละเอียดสูงสุดถึง 10 >>>>>ล้านพิกเซลก็ไม่ได้ความว่า จะเก็บภาพเพื่อนๆได้ทุกคนพร้อมๆกัน---* >>>>> >>>>> >>>>> >>>>>||||||||||||||||||||||............................ >>>>>.................|||||||||||||||||||||||| ......เพื่อน คือ คนที่ไม่ต้องอยู่ด้วยกัน .. ก็รักกัน ได้ ไม่ต้องเห็นกันทุกวัน .. ก็รักกันได้ ไม่ต้องหวานใส่ กัน .. ก็รักกันได้ แต่รักอยู่อยู่ฝ่ายเดียว .. เป็นเพื่อนกันไม่ ได้ เพราะเพื่อน .. ไม่ ได้เกิดมาพร้อมหน้าที่ .. อย่างคำ ว่า .. พ่อแม่ ไม่ได้จบลง พร้อมหน้าที่ .. อย่างคำว่า .. แฟน แต่เกิดจาก .. การกระทำซึ่งกันและกัน จะอยู่หรือไป .. ใช้ "ใจ" เป็น เกณฑ์ จะอีกกี่นาน เพื่อนก็ ยังเป็นทั้งรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะที่ไม่มีวันเลือน หาย เราอ่านเมล์ฉบับนี้แล้วก็คิดถึงตอนเป็นเด็กมัธยม
มันจริงนะ....
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เราไม่ได้จงใจ แต่มันเป็นธรรมดาของชีวิต
อดีตเป็นสิ่งที่เรามักคิดถึง..... June 02 ก้าวหนึ่งก้าวหายไปนาน...
ขึ้นปี 3 แล้ว
เปิดเทอมแล้ว
คิดแล้วก็รู้สึกหวั่นๆ
ที่หายไปเกือบเดือนเพราะไปทำงานรับน้องมหาลัยมา...แต่ขอไม่เล่าให้ฟังกันนะ เพราะว่ามันเอยะมากๆเลย
เอาเป็นว่า งานนนี้คุ้มค่าคุ้มราคา เป็นประสบการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะมีอีกมั้ย
ได้เจอเพื่อนๆ ได้เจองานที่ท้าทาย มันยิ้มเมื่อทำเสร็จ มันอิ่มใจเมื่อนึกย้อน แค่นี้ก็พอ
ตอนนี้เปิดเทอมมาหนึ่งอาทิตย์
ความแตกต่างของชีวิตมีมากขึ้น
ถ้าปรียบกับการขึ้นบันได มันเป้นขั้นบันไดที่สูงมากๆ สูงกว่าทุกขั้นที่ผ่านมา
คิดแล้วก็เหนื่อยหน่ายกับชีวิต ไม่รู้ว่าจะเดินยังไง และต้องเจอกับอะไร
คิดถึงรังสิต....
คิดถึง บี 4/105
คิดถึงชีวิตที่เราสร้างขึ้น ไม่ใช่ถูกทำให้เป็น...
คิดถึงตัวเอง
คิดถึง....
สวัสดี...เปิดเทอม
|
|||||
|
|